
โมเดลธุรกิจ BKA บ้านแต่ง-บ้านฝาก-บ้านตัด คืออะไร ? อธิบายจาก งบบริษัทนี้ ที่กำลังจะ IPO
4 เม.ย. 2025
-BKA คือ บริษัท บางกอก แอสเซท อินเตอร์กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) บริษัทนี้มีจุดเริ่มต้นในช่วงวิกฤติน้ำท่วมใหญ่เมื่อปี 2554
เลยเกิดเป็นโมเดลธุรกิจการรับรีโนเวตบ้าน ปรับปรุงซ่อมแซมก่อนการขาย เป็นตัวกลางให้กับคนที่อยากซื้อ อยากขาย บ้านมือสอง
ความน่าสนใจของโมเดลบริษัทนี้ คือมีการแยกสัดส่วนรายได้เป็น “บ้านแต่ง-บ้านฝาก-บ้านตัด”
แล้วโมเดลธุรกิจแบบนี้ ของ BKA มีดีเทลเป็นอย่างไร ?
BrandCase สรุปให้ แบบเข้าใจง่าย ๆ
-ธุรกิจของ BKA หรือ บริษัท บางกอก แอสเซท อินเตอร์กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) แบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลัก ๆ คือ
1. ธุรกิจบ้านแต่ง
บริษัทจะให้บริการรีโนเวต พร้อมรับฝากขายบ้านมือสอง
โดยปรับปรุงบ้านให้อยู่ในสภาพสวยงาม ทันสมัย และพร้อมเข้าอยู่ แล้วนำไปขายให้ ผ่านช่องทางต่าง ๆ
ซึ่งกลุ่มธุรกิจนี้ กรรมสิทธิ์ของบ้านยังเป็นของเจ้าของบ้านเดิมอยู่
BKA จะทำหน้าที่ในการตกแต่งและนำไปขายต่อให้เท่านั้น (ไม่มีการซื้อบ้านมาเป็นสินทรัพย์ของ BKA เอง)
โดยบริษัทจะรับรู้รายได้จากการขายบ้านที่ตกแต่งเสร็จเรียบร้อยแล้ว
ส่วนต้นทุนนั้นจะเป็น ค่าบ้านตามสัญญา (ราคาบ้านก่อนตกแต่ง), ค่าตกแต่ง, ค่าฝากขาย และค่าบริการอื่น ๆ
ซึ่งตัวค่าบ้าน ทางบริษัทจะจ่ายให้กับเจ้าของเดิม ตามราคาสัญญา หลังจากที่บริษัทสามารถขายบ้านที่ตกแต่งใหม่ได้เสร็จเรียบร้อยแล้ว
โดยจากข้อมูลของบริษัท ในปี 2566 บริษัทสามารถขายบ้านในลักษณะนี้ไปได้ทั้งหมด 204 หลัง คิดเป็นเงินจำนวน 1,069 ล้านบาท
2. ธุรกิจบ้านฝาก
หรือก็คือธุรกิจตัวแทนนายหน้าซื้อขาย โดยบริษัทจะเป็นตัวแทนนายหน้าซื้อขาย
ซึ่งจะรับฝากขายบ้านมือสองให้กับเจ้าของบ้านที่ต้องการขาย
โดยบริษัทจะช่วยดูแลด้านการตลาดและการขาย เพื่อให้บ้านขายได้เร็วขึ้นและได้ราคาที่เหมาะสม ผ่านช่องทางการตลาด ทั้งออนไลน์และออฟไลน์
ซึ่งรายได้ในพาร์ตนี้ของบริษัท มาจากค่าคอมมิชชันตามอัตราที่ตกลงกันไว้ในสัญญานายหน้า
ซึ่งโดยทั่วไปเจ้าของบ้านเป็นผู้กำหนดราคาขาย และสามารถปรับราคาตามการต่อรองได้
แต่ในบางกรณี บริษัทจะเป็นผู้ตั้งราคาขายบ้านให้แก่ผู้ซื้อ
โดยหักค่าตอบแทนเป็นส่วนต่างระหว่างราคาขายและราคาที่เจ้าของบ้านต้องการ
โดยในปี 2566 บริษัทสามารถขายบ้านในลักษณะนี้ไปได้ทั้งหมด 151 หลัง คิดเป็นรายได้รวมทั้งหมด 18 ล้านบาท
3. ธุรกิจบ้านตัด
หรือก็คือ การรับซื้อบ้านมือสองมาทำการปรับปรุงซ่อมแซมเพื่อขาย
โดยบริษัทจะรับซื้อบ้านมือสอง เพื่อนำมาปรับปรุง ตกแต่งใหม่ และทำการตลาดเพื่อขายต่อให้ผู้ที่ต้องการซื้อบ้าน
โดยจะแตกต่างจากการรีโนเวตและฝากขายบ้านมือสอง ตรงที่บริษัทต้องใช้เงินลงทุนสูงกว่า
เนื่องจากต้องซื้อบ้านเข้ามาเป็นทรัพย์สินของบริษัทเอง
วิธีการคือ BKA จะเสนอรับซื้อบ้านโดยตรงตามราคาซื้อที่เหมาะสม
จากนั้นทำการปรับปรุงซ่อมแซมให้บ้านมีสภาพดีขึ้นแล้วนำออกขายใหม่
ซึ่งบริษัทบอกว่า ธุรกิจนี้เป็นโมเดลที่ใช้เงินลงทุนสูง แต่ก็มีโอกาสทำกำไรจากการขายบ้านที่สูงเช่นกัน
โดยในปี 2566 บริษัทสามารถขายบ้านในลักษณะนี้ไปได้ทั้งหมด 38 หลัง คิดเป็นรายได้รวมทั้งหมด 224 ล้านบาท
ผลประกอบการของ บริษัท บางกอก แอสเซท อินเตอร์กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ปี 2566
รายได้ 1,314 ล้านบาท กำไร 22 ล้านบาท
โดยสัดส่วนรายได้ปี 2566 มาจาก
- ธุรกิจบ้านแต่ง 81%
- ธุรกิจบ้านตัด 17%
- ธุรกิจบ้านฝาก 1%
- ธุรกิจอื่น ๆ 1%
สรุปแล้วจะเห็นว่า รายได้หลักของ BKA
คือการรับรีโนเวตบ้าน แล้วช่วยเจ้าของบ้านในการขายต่อ หรือที่บริษัทเรียกว่า ธุรกิจบ้านแต่ง นั่นเอง..
References