เจ้าของทางด่วนประจิมรัถยาคือใคร ขึ้นราคาแล้ว รายได้เพิ่มเท่าไร ?

เจ้าของทางด่วนประจิมรัถยาคือใคร ขึ้นราคาแล้ว รายได้เพิ่มเท่าไร ?

15 ก.ย. 2026
- ตั้งแต่วันที่ 15 ธันวาคม 2569 เป็นต้นไป คนใช้ทางด่วนประจิมรัถยา หรือทางพิเศษสายศรีรัช-วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร จะต้องจ่ายค่าผ่านทางแพงขึ้น
คำถามที่น่าสนใจคือ การขึ้นราคาครั้งนี้ อาจทำให้รายได้ค่าผ่านทางเพิ่มขึ้นเท่าไร และรายได้ก้อนนี้จะตกเป็นของใคร ?
BrandCase ลองคำนวณให้ดูแบบง่าย ๆ
ล่าสุด ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศกระทรวงคมนาคม ปรับค่าผ่านทางพิเศษประจิมรัถยา ตามเงื่อนไขในสัญญาสัมปทาน โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 15 ธันวาคม 2569 เป็นต้นไป
อัตราค่าผ่านทางใหม่แบ่งเป็น
- รถไม่เกิน 4 ล้อ จาก 65 บาท เป็น 80 บาท (เพิ่มขึ้น 23.1%)
- รถเกิน 4 ล้อ แต่ไม่เกิน 10 ล้อ จาก 105 บาท เป็น 130 บาท (เพิ่มขึ้น 23.8%)
- รถเกิน 10 ล้อ จาก 150 บาท เป็น 185 บาท (เพิ่มขึ้น 23.3%)
เท่ากับว่า ค่าผ่านทางของรถแต่ละประเภทปรับขึ้นเฉลี่ย 23.4%
ทีนี้ หลายคนอาจสงสัยว่า ทางด่วนสายนี้เป็นของใคร ?
ทางด่วนประจิมรัถยาเป็นโครงการรูปแบบ BTO หรือ Build-Transfer-Operate คือเอกชนเป็นผู้ลงทุนและก่อสร้าง ก่อนโอนทรัพย์สินให้การทางพิเศษแห่งประเทศไทย หรือ กทพ. ในภายหลัง
โดยบริษัทเอกชนในที่นี้ก็คือ บมจ.ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ หรือ BEM ผู้รับสัมปทานบริหาร ให้บริการ บำรุงรักษา และจัดเก็บค่าผ่านทาง โดยสัญญาจะสิ้นสุดวันที่ 14 ธันวาคม 2585
ที่สำคัญ ในช่วงอายุสัมปทาน BEM มีสิทธิ์รับรายได้ค่าผ่านทางทั้งหมด 
พูดง่าย ๆ ก็คือ ทางด่วนสายนี้เป็นกรรมสิทธิ์ของ กทพ. แต่ BEM เป็นผู้ลงทุนก่อสร้าง รับสัมปทาน บริหาร และรับรายได้ค่าผ่านทางทั้งหมด จนกว่าจะสิ้นสุดสัญญา หลังจากนั้น กรรมสิทธิ์และการบริหารทั้งหมดจะกลับมาเป็นของรัฐ 100%
แล้วการขึ้นราคาครั้งนี้ จะเพิ่มรายได้ให้ BEM เท่าไร ?
อ้างอิงข้อมูลปี 2568 จากเว็บไซต์การทางพิเศษแห่งประเทศไทย ระบุว่า ทางด่วนประจิมรัถยามีรายได้ค่าผ่านทางเฉลี่ยประมาณ 4.09 ล้านบาทต่อวัน หรือราว 1,493 ล้านบาทต่อปี
หากสมมติให้จำนวนรถและสัดส่วนรถแต่ละประเภทเท่าเดิม แต่รายได้เพิ่มขึ้นตามค่าผ่านทางเฉลี่ย 23.4% จะได้ว่า
รายได้จะเพิ่มขึ้น 
= 1,493 ล้านบาท x 23.4% 
= ประมาณ 349 ล้านบาทต่อปี
ทำให้รายได้ค่าผ่านทางรวมอาจเพิ่มเป็น 1,493+349 = 1,842 ล้านบาทต่อปี
หมายความว่า แค่การขยับค่าผ่านทางครั้งนี้ อาจเพิ่มรายได้ให้ BEM ได้เกือบ 350 ล้านบาทต่อปี
อย่างไรก็ตาม อัตราใหม่เริ่มใช้วันที่ 15 ธันวาคม 2569 ดังนั้น หากนับเฉพาะ 17 วันสุดท้ายของปี 2569 รายได้จะเพิ่มขึ้นประมาณ 16 ล้านบาท ส่วนผลเต็มปีจะเริ่มเห็นชัดตั้งแต่ปี 2570 เป็นต้นไป
ทั้งนี้ ตัวเลขทั้งหมดเป็นเพียงตัวอย่างการคำนวณอย่างง่าย เพราะรายได้จริงยังขึ้นอยู่กับสัดส่วนรถแต่ละประเภท จำนวนรถที่ใช้บริการ และพฤติกรรมของผู้ใช้ทางหลังขึ้นราคาด้วยนั่นเอง
ปิดท้ายด้วยตัวเลขที่น่าสนใจ ของทางด่วนประจิมรัถยา..
- ปริมาณจราจรเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี
ปี 2564 - 48,029 คัน ต่อวัน / 17.53 ล้านคัน ต่อปี 
ปี 2565 - 50,594 คัน ต่อวัน / 18.47 ล้านคัน ต่อปี 
ปี 2566 - 61,182 คัน ต่อวัน / 22.15 ล้านคัน ต่อปี 
ปี 2567 - 63,042 คัน ต่อวัน / 23.01 ล้านคัน ต่อปี 
ปี 2568 - 62,546 คัน ต่อวัน / 22.83 ล้านคัน ต่อปี 
- รายได้จากค่าผ่านทางเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี
ปี 2564 - 2.42 ล้านบาท ต่อวัน / 883 ล้านบาท ต่อปี
ปี 2565 - 3.14 ล้านบาท ต่อวัน / 1,146 ล้านบาท ต่อปี
ปี 2566 - 4.00 ล้านบาท ต่อวัน / 1,460 ล้านบาท ต่อปี
ปี 2567 - 4.12 ล้านบาท ต่อวัน / 1,508 ล้านบาท ต่อปี
ปี 2568 - 4.09 ล้านบาท ต่อวัน / 1,493 ล้านบาท ต่อปี
Reference
© 2026 BrandCase. All rights reserved. Privacy Policy.