
สรุป 3 ธุรกิจของ Index Living Mall ที่ไม่ได้มีแค่ เฟอร์นิเจอร์
6 ก.ย. 2026
ถ้าพูดถึง Index Living Mall ภาพแรกที่หลายคนนึกถึง คงเป็นร้านขายเฟอร์นิเจอร์และของแต่งบ้านขนาดใหญ่
แต่จริง ๆ แล้ว วันนี้ธุรกิจของบริษัท อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ จำกัด (มหาชน) ไปไกลกว่าการขายเฟอร์นิเจอร์มากแล้ว
เพราะนอกจากธุรกิจหลักที่เราคุ้นเคยกันดี บริษัทยังแตกแขนงไปทำธุรกิจอีกหลายรูปแบบ ตั้งแต่ คอมมิวนิตีมอลล์และพื้นที่ให้เช่า, ร้านค้าปลีกสินค้าไลฟ์สไตล์จากเดนมาร์ก ไปจนถึงสถาบันสอนกีฬา
ซึ่งแต่ละธุรกิจไม่ได้เข้ามาแค่เพิ่มช่องทางหารายได้ แต่ยังช่วยต่อยอดพื้นที่และฐานลูกค้าที่ Index Living Mall มีอยู่เดิม ให้สร้างโอกาสทางธุรกิจได้มากขึ้นด้วย
แล้วปัจจุบัน Index Living Mall มีธุรกิจอะไรอยู่ในมือบ้าง ?
BrandCase สรุปให้ แบบเข้าใจง่าย ๆ
1. ธุรกิจพื้นที่เช่าและบริการ สร้าง Recurring Income นอกเหนือจากธุรกิจเฟอร์นิเจอร์
ปัจจุบันมี 3 โมเดลหลัก ได้แก่ The Walk คอมมิวนิตีมอลล์ขนาดใหญ่, Little Walk สตริปมอลล์ขนาดเล็กที่เน้นความสะดวกในการเข้าถึง และ Index Mall พื้นที่ค้าปลีกให้เช่าภายในสาขาของ Index Living Mall
โมเดลธุรกิจหลักคือการนำพื้นที่มาพัฒนาและปล่อยเช่า พร้อมคัดเลือก Tenant และ Anchor ที่ช่วยดึงคนเข้ามาใช้บริการ ไม่ว่าจะเป็นซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านอาหาร สถาบันการศึกษา หรือธนาคาร ทำให้บริษัทมีรายได้ประจำจากทั้ง ค่าเช่าและค่าบริการรายเดือน
ในครึ่งแรกของปีนี้ มีรายได้ 463.8 ล้านบาท คิดเป็น 9.3% ของรายได้ทั้งหมด
สิ่งที่น่าจับตาคือ บริษัทกำลังพยายามเพิ่มประสิทธิภาพของพื้นที่เดิมควบคู่กับการขยายพื้นที่ใหม่ โดยตั้งเป้าดัน Occupancy Rate ให้สูงกว่า 90% ในช่วงไตรมาส 3-4 ปี 2569 จาก 85% ในไตรมาสแรก และ 89% ในไตรมาส 2
นอกจากนี้ ยังทยอย Refresh โครงการเดิม เช่น The Walk เกษตร-นวมินทร์ เพื่อดึง Traffic กลับเข้าพื้นที่ พร้อมเดินหน้าขยาย Little Walk เฉลี่ยปีละประมาณ 2 สาขา โดยมีสาขาเลียบคลองสอง ใกล้ Safari World เตรียมเปิดในไตรมาส 1 ปี 2570 และอีกโครงการในกรุงเทพฯ
2. Flying Tiger Copenhagen
อีกหนึ่ง New S-Curve ที่บริษัทกำลังเร่งขยายคือ Flying Tiger Copenhagen แบรนด์ร้านค้าปลีกไลฟ์สไตล์จากเดนมาร์ก ซึ่งบริษัทได้รับสิทธิ์ Exclusive Franchise ในประเทศไทย
Flying Tiger Copenhagen จำหน่ายสินค้าวาไรตีและของใช้ในชีวิตประจำวัน ภายใต้จุดเด่นเรื่อง Danish Design ที่มีความสนุกและสร้างสรรค์ ในราคาที่เข้าถึงง่าย ตั้งแต่ของแต่งบ้าน เครื่องเขียน ของขวัญ ไปจนถึงสินค้าไลฟ์สไตล์ โดยมีกลุ่มลูกค้าหลักทั้งคนรุ่นใหม่ คนวัยทำงาน และครอบครัว
แม้บริษัทจะไม่ได้แยกรายได้ของ Flying Tiger Copenhagen ออกมาเป็น Segment โดยเฉพาะ แต่ผู้บริหารระบุว่า ธุรกิจนี้มีทั้งยอดขายและความสามารถในการทำกำไรที่ดี โดยมี Margin สูงกว่าธุรกิจเฟอร์นิเจอร์หลักค่อนข้างมาก
บริษัทจึงวาง Flying Tiger Copenhagen เป็นหนึ่งในเครื่องยนต์การเติบโตใหม่ พร้อมตั้งเป้าสร้างรายได้ให้แตะ 800 ล้านบาทภายในปี 2570
แผนต่อจากนี้คือการเร่งขยายสาขาเฉลี่ย ประมาณ 10 สาขาต่อปี ตั้งเป้าให้ครบ 30 สาขาภายใน 3 ปี ด้วยงบลงทุนราว 200 ล้านบาท
ณ สิ้นไตรมาส 2 ปี 2569 มีทั้งหมด 13 สาขา และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 17-18 สาขาภายในสิ้นปี โดยให้ความสำคัญกับทำเลที่มี Traffic สูง ทั้งพื้นที่ท่องเที่ยว ทำเลที่มีชาวต่างชาติ และย่านออฟฟิศ
3. Talent Sport Academy
อีกหนึ่งธุรกิจใหม่ที่น่าสนใจคือ Talent Sport Academy ที่นำมาใช้เป็น Unique Anchor เพื่อดึงลูกค้าเข้ามาใช้เวลาในพื้นที่ของโครงการมากขึ้น
Talent Sport Academy ถูกพัฒนาให้เป็นสถาบันกีฬาและ Sport Destination สำหรับเด็กและครอบครัว โดยเริ่มจากกีฬา 3 ประเภท ได้แก่ เทนนิส, พิกเกิลบอล และบาสเกตบอล
ความน่าสนใจของโมเดลนี้คือ บริษัทสามารถนำพื้นที่บางส่วนที่เดิมสร้างรายได้ได้ไม่เต็มศักยภาพ เช่น พื้นที่ด้านหลังโครงการหรือดาดฟ้าอาคารจอดรถของ The Walk มาพัฒนาเป็นสนามกีฬา ช่วย Maximize การใช้ประโยชน์จากที่ดิน
ขณะเดียวกันยังใช้ทรัพยากรบางส่วนร่วมกับศูนย์การค้าเดิม เช่น รปภ. และแม่บ้าน ทำให้ไม่ต้องแบกรับต้นทุนใหม่ทั้งหมด
ขณะเดียวกันยังใช้ทรัพยากรบางส่วนร่วมกับศูนย์การค้าเดิม เช่น รปภ. และแม่บ้าน ทำให้ไม่ต้องแบกรับต้นทุนใหม่ทั้งหมด
รายได้มาจากทั้ง ค่าคอร์สเรียนกีฬาและค่าเช่าสนาม ซึ่งมีโอกาสสร้างรายได้แบบสม่ำเสมอจากพฤติกรรมของลูกค้าที่กลับมาเรียนหรือใช้สนามเป็นประจำทุกสัปดาห์
โดยบริษัทวางงบลงทุนต่อโครงการไว้ประมาณ 80-100 ล้านบาท และคาดว่าจะคืนทุนได้ภายใน 5-6 ปี ขณะที่โมเดลการบริหารใช้ระบบ Profit Sharing ร่วมกับพันธมิตรและโคช แทนการแบกรับต้นทุนเงินเดือนทั้งหมด จึงช่วยให้ธุรกิจมีอัตรากำไรขั้นต้นที่ค่อนข้างดี
หลังทดลองโมเดลแห่งแรกบนดาดฟ้าอาคารจอดรถ The Walk เกษตร-นวมินทร์ บริษัทเตรียมเปิดสาขาขนาดใหญ่ที่ The Walk ราชพฤกษ์ ในเดือนกันยายน 2569 ประกอบด้วยสนามเทนนิส 4 สนาม พิกเกิลบอล 2 สนาม และบาสเกตบอล 2 สนาม
ในระยะต่อไป บริษัทวางแผนขยาย Talent Sport Academy เฉลี่ยปีละประมาณ 2 สาขา โดยสามารถเติบโตควบคู่ไปกับการขยาย Little Walk และตั้งเป้าเพิ่มอีกอย่างน้อย 2 แห่งในกรุงเทพฯ ภายในปี 2570
จุดที่น่าสนใจคือการใช้ Sport Academy เป็นทั้งธุรกิจใหม่และแม่เหล็กดึง Traffic ซึ่งสามารถเพิ่มมูลค่าให้กับพื้นที่เดิมของบริษัทไปพร้อมกัน
References
-2Q/2026 Earnings Call Index Living Mall Public Company Limited
-แบบฟอร์ม 56-1 บริษัท อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ จำกัด (มหาชน)